257 Km.
วัดและวัง 0
เปิดให้บริการทุกวัน 08:30 - 16:30
นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ติดดาวที่เหล่าบรรดาแขกผู้มาเยือนถิ่นอิสาน ในจังหวัดหนองบัวลำภูแล้วนั้น ถ้าไม่ได้มายังสถานที่อันเป็นที่เคารพสักการะบูชาคู่ชาวหนองบัวลำภูอันมาช้านานก็ต้องบอกตามตรงเลยว่ามาเสียเที่ยว เพราะนอกจากจะได้เข้าเยี่ยมชมวัดอันเป็นศาสนสถานแล้วก็ยังจะได้เข้าชมโบราณวัตถุต่างๆที่ได้มีการรวบรวมสะสมสืบทอดมายาวนานและสักการะหลวงพ่อพระไชยเชษฐา รวมทั้งพระพุทธรูปภายในถ้ำสุวรรณคูหาแห่งนี้อีกด้วย ถ้ำสุวรรณคูหาแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ที่วัดถ้ำสุวรรณคูหา วัดสุวรรณคูหานี้ชาวบ้านทั่วไป เรียกว่า "วัดถ้ำ" เป็นวัดที่ น่าสนใจและมีความสำคัญ ที่สุดของจังหวัดหนองบัวลำภูเนื่องจากเป็นโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และทางโบราณคดีภายในถ้ำมีโบราณวัตถุ และรูปพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งเมืองเวียงจันทน์ ในบริเวณที่ตั้งวัดมีภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งเขาลูกนี้มีถ้ำใหญ่น้อยหลายแห่ง ถ้ำที่สำคัญได้แก่ถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมือและถ้ำแก้ว ถ้ำใหญ่อยู่ตอนล่างสุด เวลาเข้าถ้ำจะต้องผ่านถ้ำนี้ก่อนเสมอ มีขนาดใหญ่กว่าถ้ำอื่น กว้างประมาณ 20 เมตรเศษ ยาวประมาณ 40 เมตรเศษ พื้นถ้ำเรียบ เพดานโค้งครึ่งวงกลมเหมือนประทุนเรือ ตลอดความยาวของถ้ำประดับตกแต่งด้วยกระเบื้อง ถ้วย จานเชิงลายครามและเบญจรงค์ ชนิดขนาดต่างๆ ถ้ำใหญ่ใช้เป็นวิหารมีพระพุทธรูปปูนปั้นต่างๆ ประดิษฐานอยู่จำนวนหลายองค์ ที่สำคัญคือ พระพุทธไสยาสน์ ขนาดยาว 7 วา 2 ศอก องค์หนึ่งมีความสวยงามมาก นอกจากนั้นยังมีพระปรมาภิไธยย่อของพระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์หลายพระองค์
วัดถ้ำสุวรรณคูหา สร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ 2657 จากเดิมที่เป็นวัดร้างโบราณตามหลักศิลาจารึก ที่สร้างเมื่อพุทธศักราช 932 โดยพระไชยเชษฐธิราช กษัตริย์ประเทศลาวเป็นผู้สร้าง แต่ภายหลังกลายสภาพเป็นวัดร้าง ต่อมาประชาชนได้มาบูรณะแล้วสร้างใหม่จนเสร็จ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2467 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ 2521 ในสมัยโบราณ เป็นฝ่ายอรัญวาสี(ธรรมยุต) ปัจจุบันสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พระประธาน เป็นรูปทรงนาคปรก 7 เศียร หน้าตักกว้าง 4 ศอก สูง 1 เมตร ปางมุจลินทร์ เป็นศิลปสมัยล้านช้าง สร้างด้วยสูตรปูนสะทานเพชร (เป็นชื่อสูตรปูนในการสร้าง) มีส่วนผสมดังนี้ ทราย5ส่วน ปูนขาว2ส่วน น้ำมะขาม 2ส่วน น้ำมันยาง โดยใช้อิฐเป็นโครงสร้างภายใน สร้างในสมัยสมเด็จพระไชยเชาฐาธิราช พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เป็นโอรสของพระเจ้าโพธิสารราชแห่งล้านช้าง มีพระราชมารดาเป็นธิดาพระมหากษัตริย์แห่งเมืองล้านนา (เชียงใหม่) สมัยทรงพระเยาว์มีพระนามว่า เชษฐวงศ์ มีพระอนุชาทรงนามว่า เจ้าท่าเรือ ครั้งเจริญวัย ฝ่ายเมืองเชียงใหม่ขาดราชทายาท กลุ่มเสนาอำมาตย์เมืองเชียงใหม่ จึงพร้อมใจกันเชิญเจ้าเชษฐวงศ์ ผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์มังราย(ฝ่ายมารดา) ไปครองเมืองเชียงใหม่ พ.ศ 2086 เมื่อเสวยราชสมบัติเมืองเชียงใหม่ทรงพระนามว่า เจ้าไชยเชษฐาธิราช ครองเมืองเชียงใหม่ได้ไม่นาน พระเจ้าโพธิสารแห่งล้านช้างผู้เป้นพระราชบิดาก็สวรรคต พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เสด็จมาร่วมจัดการถวายเพลิงพระศพพระราชบิดาที่เมืองหลวงพระบาง เมื่อ พ.ศ 2091 ในครั้งนี้พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้นำพระแก้วมรกต พระจันทร์แก้วขาว พระแทรกดำ และนักปราชญ์ราชบัณฑิต มายังอาณาจักรล้านช้าง ประจวบกับพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ กษัตริย์พม่า เริ่มแผ่พระราชอำนาจมายังอาณาจักรล้านนาเชียงใหม่ นัยว่าหลวงพระบางต่อต้านอำนาจพม่าที่เริ่มรุกรานเมืองเชียงใหม่ ดังศิลาจารึกพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเชียงใหม่ เป็นศิลาจารึกที่พระจ้าไชยเชษฐาธิราชสร้างไว้ที่เมืองเชียงราย (อำเภอเชียงแสน) กล่าวว่า “สมเด็จพระบรมบพิตร สถิตเสวยราชภิภพ ทั่งสองแผ่นดินล้านนาล้านช้าง” แสดงให้เห็นว่าพระจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงเข้าพระทัยเสมอว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์สองอาณาจักร ฉะนั้นเมื่อเสร็จงานเพลิงพระศพพระราชบิดา พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชหาได้เสด็จกลับเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าท่าเรือผู้เป็นพระอนุชาไม่พอพระทัย จึงเกิดสงครามแย่งราชสมบัติอาณาจักรล้านช้างอยู่ระยะหนึ่ง พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชชนะ ได้ครองเมืองหลวงพระบางอีกเมืองหนึ่ง แต่หลังจากนั้นพระองค์ไม่ได้กลับไปเมืองเชียงใหม่อีก เนื่องจากกองทัพพม่าเริ่มบุกรุกหัวเมืองของอาณาจักรล้านนาเชียงใหม่ พระองค์ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า เมืองหลวงพระบางตั้งอยู่ในทำเลไม่ปลอดภัย จึงย้ายเมืองหลวงมาตั้งที่เมือง เวียงจันทร์ พระจ้าไชยเชษฐาธิราช เอาใจใส่อาณาประชาราษฎร์ ในบริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งแต่จังหวัด เลย หนองคาย อุดรธานี นครพนม สกลนคร อันเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อตระเตรียมกำลังทัพและเสบียงอาหารต่อสู้กองทัพอันเกรียงไกรของพม่า
พระไชยเชษฐา เป็นนามพระพุทธรูปประธานในถ้ำสุวรรณคูหา ซึ่งเป็นสีมา (อุโบสถ) และวิหารประจำวัด เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างขนาดใหญ่ ฐานกว้าง ประมาณ ๔ ศอก ปางมุจลินท์ คือพระพุทธรูปนาคปรก มีนาคปรก ๗ เศียร ลักษณะทั่วไปของนาคมีหน้าตาแบบศิลปะล้านช้าง พระพุทธรูปไชยเชษฐา ตั้งอยู่บนฐานชุกชีปูน ฐานสูงจากพื้นประมาณ ๑ เมตร พระไชยเชษฐานี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านมาก เล่ากันว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีงานบุญปิดทองไหว้พระประจำปีในเดือนสาม ขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำของทุกปี ประชาชนในละแวกใกล้เคียงทั้งใน และ นอกจังหวัด จะมานมัสการขอพรพระไชยเชษฐาเป็นจำนวนมาก
ในศิลาจาลึกหลักที่ ๒ กล่าวว่า สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๑๖๙ ความว่า "พระยาสุรเทพเจ้าได้อุทิศข้าพระโยมสงฆ์ไว้กับพระมหาธาตุเจ้า ๕ ครอบครัว คือ แสนศรีครัวหนึ่ง ทั้งเมียทั้งลูก แสนนันทสงครามครัวหนึ่ง เทพอาสาครัวหนึ่ง ทั้งเมียทั้งลูก นางกว้านกว่าครัวหนึ่ง ทั้งลูกทั้งหลาน อีบัวครัวหนึ่งทั้งน้องทั้งหลาน" แสดงให้เห็นว่าพระมหาธาตุที่ประจำอยู่ในวัดสุวรรณคูหานี้เป็นพระธาตุเจดีย์สำคัญจนมีผู้เลื่อมใสศรัทธา อุทิศทาสดูแลพระมหาธาตุถึง ๕ ครอบครัว
มีอยู่ด้วยกัน ๒ หลัก หลักที่ ๑ ตั้งอยู่ที่หน้าเพิงฝาด้านล่างทางเบื้องขวาของถ้ำสุวรรณคูหา หลักที่ ๒ เก็บไว้ภายในวิหาร ของวัดสาระสำคัญของจารึกหลักที่ ๑ ด้านที่ ๑ จารึกตรงกับ พ.ศ.๒๑๐๖ บอกฤกษ์ยามในการสร้างอย่างละเอียดกล่าวถึงพระนามของพระไชยเชษฐาธิราช สร้างพระพุทธรูปถวายข้าโอกาส และยังได้กล่าวถึงชื่อบ้านนามเมืองที่อุทิศให้เป็นนาจังหันเพื่อเก็บผลประโยชน์ถวายพระภิกษุและบำรุงวัด ในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเอง ด้านที่ ๒ นั้น จารึกในสมัยพระเจ้าสุมังคลา โพธิสัตว์ มีสาระสำคัญ บอกฤกษ์ยามในการสร้าง กล่าวถึงพระนามของพระเจ้าสุมังคลโพธิสัตว์ได้กัลปนาที่ดินให้กับวัดสุวรรณคูหา ในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเองในตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ที่ทำลายวัตถุและถือเป็นประโยชน์สงฆ์มาเป็นของตนเอง ส่วนศิลาจารึก หลักที่ ๒ มีเนื้อหา การสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๑๖๙ พระยาสุรเทพเจ้าเป็นผู้สร้าง เขียนด้วยอักษรธรรม ๑๓ บรรทัด กล่าวถึงพระยาสุรเทพ ได้อุทิศทาสวัด คือข้าพระโยมสงฆ์ทั้งหมด ๘ ครอบครัว คืออุทิศให้พระมหาธาตุ ๕ ครอบครัว และอุทิศให้แก่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ๓ ครอบครัว ตอนท้ายได้กล่าวสาปแช่งผู้ที่มายึดเอาข้าพระโยมเหล่านี้ไปเป็นทาสส่วนตัวขอให้ตกนรกเหมือนพระเทวทัต
ในการเดินทางไปยังถ้ำสุวรรณคูหาแห่งนี้นั้นหากเลือกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 210 (หนองบัวลำภู-วังสะพุง) จากนั้นให้แล้วเลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2097 ไปจนถึงอำเภอสุวรรณคูหา จากนั้นให้ขับไปตามถนนพระไชยเชษฐาประมาณ 1กิโลเมตร จนถึงโรงเรียนบ้านดงยางนาตาแหลว แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตรก็จะถึงวัดถ้ำสุวรรณคูหา