257 Km.
วัดและวัง 0
เปิดให้บริการทุกวัน 07:00 - 17:00
พระธาตุโพนจิกเวียงงัวเป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเขี้ยวฝางหรือทันตธาตุของพระพุทธเจ้า และมีตำนานเกี่ยวกับการประดิษฐานพระธาตุที่ย้อนไปถึง พ.ศ.8 และเชื่อกันว่าผู้ที่ก่อสร้างพระธาตุคือ พระโพธิสาลราช กษัตริย์ล้านช้าง พระราชบิดาของสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช เมื่อ พ.ศ.2063-2093 จึงเป็นที่สักการะเลื่อมใสต่อชาวหนองคายและพุทธศาสนิกชนทั่วไปเป็นอย่างมาก
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบภายในวัดพระธาตุบุ เราจะรู้สึกได้ทันทีถึงความขรึมขลังของพุทธสถานโบราณแห่งนี้ โดยองค์เจดีย์ทรงระฆังสูงดูแปลกตานี้ สร้างในสมัยพระเจ้าโพธิสารราช แห่งอาณาจักรล้านช้าง หรือราวเกือบ 500 ปีมาแล้ว ก่อฉาบด้วยอิฐและปูนตามแบบโบราณ ที่นี่เป็นหนึ่งในพระธาตุที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยวฝาง 3 องค์ ตามตำนานอุรังคธาตุ หรือตำนานการสร้างพระธาตุพนม ซึ่งถือเป็นพระบรมสารีริกธาตุชุดเดียวกับที่อัญเชิญมาประดิษฐานที่พระธาตุหล้าหนอง พระธาตุบังพวน และพระธาตุหอผ้าหอแพ ฝั่งสปป.ลาว บ่งบอกถึงความสำคัญทางพุทธศาสนาบนดินแดนแถบนี้ในสมัยพุทธกาลเป็นอย่างยิ่ง
มีลักษณะทางศิลปกรรมเป็นเจดีย์ทรงระฆังสูง ก่ออิฐสอด้วยดินและยางไม้ มีฐานประทักษิณเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง 17.50 เมตร ยาว 17.50 เมตร ภายในฐานประทักษิณถมดินอัดแน่น และน่าจะมีการฉาบขอบฐานประทักษิณด้วยปูนฉาบเช่นกัน อีกทั้งมุมทั้งสี่ทิศพบซากฐานอิฐรูปทรงสี่เหลี่ยมสันนิษฐานว่าเป็นพระธาตุจำลองประจำมุม 4 องค์ ถัดขึ้นไปคือฐานเขียงล่าง เป็นทรงสี่เหลี่ยมทำแท่นประดิษฐานโดยรอบ เพื่อประดิษฐานพระธาตุจำลอง 30 องค์ ส่วนเรือนธาตุเป็นองค์ระฆังทรงกลมเรียวยาวอยู่ด้านบน ถัดขึ้นไปเป็นชั้นบัวลูกแก้วในผังกลมซ้อนกัน 4 ชิ้น ส่วนยอดเป็นปลีทรงแหลมสูง คาดว่าน่าจะทำขึ้นใหม่ภายหลัง ากโบราณสถานอิฐ อยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกของพระธาตุโพนจิก เป็นฐานอาคารก่ออิฐ ขนาด 5.30*5.30 เมตร สูง 80 เซนติเมตร ฐานล่างของอาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นฐานเขียง 1 ชั้น ภายในถมปรับพื้นด้วยเศษอิฐและดินผสมเม็ดแลงบดอัด นอกจากนี้ยังพบแท่งศิลาแลงทรงกระบอกปักอยู่โดยรอบซากฐานอาคารดังกล่าว จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าฐานอาคารอิฐหลังนี้น่าจะเป็นสิม (โบสถ์) และแท่งศิลาแลงเหล่านี้น่าจะเป็นหลักกำหนดเขตในการทำสังฆกรรม เช่นเดียวกับพัทธสีมา
ธาตุโพนจิกเวียงงัวและพระธาตุบุตั้งอยู่ภายในวัดโคกป่าฝาง (ดอกไม้แดง) ในเขตเทศบาลตำบลปะโค อำเภอเมืองหนองคาย โดยหากมาจากตัวจังหวัดหนองคายบริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ให้ใช้ถนนแก้ววรวุฒิ (ทางหลวงหมายเลข 242) มุ่งหน้าทางทิศตะวันตกหรือมุ่งหน้าตำบลปะโค ซึ่งเป็นถนนเลียบแม่น้ำโขง ประมาณ 9.6 กิโลเมตร (ถึงตำบลปะโค) พบสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงชนบทหมายเลข 3187 มุ่งหน้าบ้านโคกป่าฝาง ไปตามถนนประมาณ 1.4 กิโลเมตร พบสามแยกให้ใช้ถนนเบี่ยงขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3079 ประมาณ 450 เมตร ถึงวัดโคกป่าฝาง