257 Km.
ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ 3
เปิดให้บริการทุกวัน 07:00 - 20:00
แก่งคุดคู้เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง แก่งคุดคู้อยู่ห่างจาก ตัวอำเภอเชียงคาน ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นแก่งกลางแม่น้ำโขง ประกอบด้วยหินก้อนใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมาก ตัวแก่งกว้างใหญ่เกือบจรด สองฝั่งแม่น้ำโขง มีกระแสน้ำไหลผ่าน ไปเพียงช่องแคบ ๆ ใกล้ฝั่งทะเลไทย ซึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก เวลาที่เหมาะ ที่จะมาชมแห่งคุดคู้ที่สุด คือ เดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง สามารถมองเห็นเกาะแก่งต่าง ๆ ชัดเจนบริเวณแก่ง มีร้านอาหารและร้านจำหน่ายสินค้าเสื้อผ้า มากมาย
นานแล้วมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อ “จึ่งขึ่งดั้งแดง” รูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน มีฝีมือในการล่าสัตว์ วันหนึ่งนายพรานผู้นี้ตามล่าควายเงินมาจากหลวงพระบาง (ที่เรียกควายเงินเพราะมูลของควายตัวนี้เป็นเงิน) พอมาถึงริมน้ำโขงเห็นควายเงินพักกินน้ำ นายพรานจึงดักซุ่มยิง พอดีชาวบ้านแล่นเรือผ่านมา ควายเงินตกใจตื่นเตลิดขึ้นไปบนเขาลูกหนึ่ง (ต่อมาเขาลูกนี้ได้ชื่อว่า"ภูควายเงิน") นายพรานเลยยิงไปถูกเขาอีกลูกจนพังทลายไปซีกหนึ่ง กลายเป็นหน้าผาสูงชัน ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ภูผาแบ่น” นายพรานโกรธคนที่แล่นเรือผ่านซึ่งเป็นต้นเหตุให้ควายเงินหนีไป จึงกลั่นแกล้งด้วยการขนหินมาขวางกั้นลำโขงไม่ให้เดินเรือได้ นายพรานทำการเกือบจะสำเร็จ ก็พอดีมีสามเณรรูปหนึ่งมาเห็นเข้า เณรนั้นออกอุบายหลอกให้นายพรานใช้ไม้เฮียะ (ไม้ใผ่ชนิดหนึ่ง) ผ่าซีกหาบหินแทน ไม้เฮียะผ่าแล้วจะเป็นสันคมกริบ เมื่อนายพรานใช้หาบหิน ไม้นั้นก็บาดคอนอนตายคุดคู้อยู่ที่ริมโขงนั้นเอง แก่งหินนั้นจึงเรียกว่า “แก่งคุดคู้”
นอกจากนี้ บริเวณรอบๆ จุดชมวิว ยังมีพ่อค้าแม่ขายมาจับจองพื้นที่เปิดซุ้มจำหน่ายอาหาร ซึ่งมีทั้งปลา กุ้ง หอย ที่ต่างก็มีชื่อแม่น้ำโขงห้อยท้าย ไปจนถึงส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ น้ำตก ฯลฯ ซึ่งดูแล้วนักท่องเที่ยวที่มาแก่งคุดคู้ส่วนใหญ่ ก็นิยมมานั่งรับประทานอาหารกันที่ริมโขงแห่งนี้ เพราะบรรยากาศในการรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขงแบบใกล้ชิด ชนิดที่เรียกได้ว่า ติดริมฝั่งแบบนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
จากอำเภอเมืองเลย ไปยังแก่งคุดคู้ เป็นระยะทาง 55 กิโลเมตร ใช้เวลา 50 นาที